Features | Society | Southeast Asia

fifa55hd go: Bittersweet: Vietnam’s Mixed Progress on E-Government During COVID-19

ดู ออก รางวัล ลอตเตอรี่, ตลาดหุ้นไทยวันนี้โดดเด่นกว่าตลาดหุ้นอื่นๆ อาจเป็นการรอประชุมครม.พรุ่งนี้ มีวาระเร่งรัดโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ระหว่างวันดัชนียืนเหนือ 1,400 จุดขึ้นมาได้ ภาพรวมเป็นการเปลี่ยนกลุ่มเล่น วันนี้เล่นหุ้นกลุ่มพลังงาน แบงก์บางตัวที่ราคาปรับตัวลดลงมากก่อนหน้า น.ส.ธีรดากล่าว, TLUXE พุ่งเกือบ 6% หลังหลุดบ่วง Cash Balance、copa88 joe、ขณะที่ ราคาหุ้นปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ 19.90 บาท ปรับตัวขึ้น 0.10 บาทหรือ 0.51% มูลค่าซื้อขายที่ 1,732,673 ล้านบาท,นอกจากนี้ เป็นโอกาสที่ไทยเป็นศูนย์กลาง(Hub)ของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) เพราะไทยมีที่ตั้งที่เป็นจุดศูนย์กลาง ซึ่งมีโอกาสมหาศาลในการค้าขายที่เชื่อมต่อด้วยเทคโนโลยีหรือเป็น Digital Single Market เหมือนที่สหภาพยุโรปประกาศแล้ว ซึ่งทำให้ธุรกิจการค้าการท่องเที่ยว การสื่อสารในอียู เติบโตได้มาก มีมูลค่าว่า 2.1 แสนยูโรสัญญาณเทคนิคนั้นหากพิจารณากราฟสัปดาห์ จะพบว่าราคาหุ้นได้ผ่านแนวน่ากังวลไปได้ทั้งหมดแล้ว โดยการฟอร์มตัวเป็น W-shape ชัดเจนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 10+25 วันและ RSI เกิดสัญญาณซื้อแบบนี้วิ่งยาวมีเป้ากราฟได้ถึง 5 บาท สะสมกันซะ ซื้อแล้วถือไปสักพักน่าจะดีเลยนอกจากนี้สำนักงาน กสทช.ได้มีแนวทางป้องกันการสมยอมราคา โดยหากตรวจสอบเห็นพฤติกรรมฮั้วราคา จะไม่มีการรับรองผลการประมูล ซึ่งการประมูลใช้ราคาตั้งต้น 80% ของราคาคลื่นความถี่ โดยคลื่น 1800 MHz ราคาเริ่มต้นกว่า 15,000 ล้านบาท และหากเคาะถึงครั้งที่ 3 ราคาจะไปถึง 95% หรือขึ้นไปที่ราคา 16,000 ล้านบาท และคาดว่าการประมูล 4 ใบอนุญาตจะได้รับเงินประมูลประมาณ 7.1 หมื่นล้านบาท บนสมมติฐานที่ราคาจะขึ้นไป 95% ของราคาคลื่นยูโรแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 1.1005 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับของวันพฤหัสบดีที่ 1.0980 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.5435 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.5315 ดอลลาร์สหรัฐ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7134 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7077 ดอลลาร์สหรัฐโดยปัญหาเรื่องหนี้ครัวเรือนยังน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางที่มีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น ดังนั้นการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรมีความยืดหยุ่นอย่างมีเหตุมีผล ขณะที่การดำเนินธุรกิจของสถาบันการเงินก็ต้องระมัดระวัง เพราะการแข่งขันในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ไม่เกิดประโยชน์ เพราะสถานการณ์ยังผันผวนสำหรับแนวทางการเพิ่มจำนวนลูกค้า 4G จะมาจากกลุ่มผู้ใช้ 3G และ 2G โดยคาดว่าจะมาจากลูกค้าแบบรายเดือน (โพสต์เพด) ประมาณ 85% ของลูกค้าที่มีอยู่ 4.1 ล้านเลขหมาย และมาจากลูกค้าแบบเติมเงิน (พรีเพด) ประมาณ 35% จากที่มีอยู่ 20.9 ล้านเลขหมาย รวมทั้งหมดมีลูกค้า 25 ล้านเลขหมาย (ลูกค้า 3G มีประมาณกว่า 20 ล้านเลขหมาย , 2G มี 3 ล้านเลขหมาย และ 4G มี 1.8 ล้านเลขหมาย)。 ถือ Short ทุน 900-903 จุดอยู่บางส่วน รอทำกำไรช่วงชะลอ แนวรับ 870-875/865 จุด ตัดขาดทุนกำไรเมื่อพ้น 898 จุดสำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามเพิ่มเติมในระยะสั้น คงจะได้แก่ ความเสี่ยงด้านเงินทุนไหลออกจากภูมิภาคที่อาจจะกลับมาอีกครั้ง โดยมีประเด็นจับตาที่สำคัญ ได้แก่ สถานการณ์การเมืองของมาเลเซีย ในขณะที่เหตุการณ์ทุจริตที่เกิดขึ้นในกองทุน วันมาเลเซีย ดีเวลล้อปเมนต์ เบอร์ฮัด (1MDB) ยังอยู่ระหว่างการสืบสวน ซึ่งประเด็นเหล่านี้อาจจะวกกลับมากระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนภาพรวมการลงทุนในตลาดหุ้นไทยน่าจะยังมีความผันผวนอยู่ ดังนั้นจึงเป็นโอกาสดีที่จะออกใบสำคัญแสดงสิทธิ์ อนุพันธ์ (DW) สำหรับให้นักลงทุนซื้อขายเก็งกำไร โดยในปีนี้ DW13 ที่ KGI ออกตั้งแต่ต้นปีมีทั้งหมด 206 ตัว โดยมากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 200 ตัวตลอดปี 2558 โดยมี 119 ตัว ที่ยังซื้อขายอยู่ในกระดาน แบ่งเป็น Call 91 ตัวและ Put 28 ตัว โดยบริษัทฯ จะให้ความสำคัญกับการออก SET50 DW ซึ่งเป็นใบสำคัญแสดงสิทธิ์ที่อ้างอิงกับดัชนี SET50 ด้วย เพราะช่วยให้นักลงทุนสามารถเก็งกำไรจากแนวโน้มตลาดช่วงผันผวนได้ง่าย โดยเฉพาะในกรณีที่เกิดปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อตัว หุ้น ก็ถือเป็นโอกาสในการลงทุนดังกล่าวสำหรับโครงการ New Home ที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงผังที่ตั้งโครงการใหม่และปรับเปลี่ยนประเภทวัสดุก่อสร้างนั้น จะเป็นการเพิ่มคุณภาพโครงการให้ได้ระดับมาตรฐานสากลเพื่อรองรับค่ายหนังต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนใช้ประเทศไทยเป็นสถานที่ถ่ายทำที่จะมีมากขึ้น เพราะประเทศไทยมีความพร้อมในทุกๆด้าน ประกอบด้วยสถานที่ที่สวยงาม อุปกรณ์ที่ทันสมัยครบครัน บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ และเมื่อหากโครงการ New Home เปิดให้ใช้งานก็จะยิ่งเสริมความครบถ้วนให้กับอุตสาหกรรมการถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยมากยิ่งขึ้นทั้งนี้ การเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยในวันนี้สวนทางกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียที่วันนี้ส่วนใหญ่ปรับตัวลง เนื่องจากปัจจัยความกังวลธนาคารกลางสหรัฐ (FED) มีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯในการประชุมครั้งหน้าที่จะเกิดขึ้นในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งจะมีผลกระทบทำให้กระแสเงินไหลกลับไปสู่ตลาดในสหรัฐฯคำแนะนำของ ASL ซื้อถือบางส่วน 1,385-1,382 หรือซื้อระยะสั้นเมื่อยืน 1,382 เท่านั้น วันนี้น่าจะแกว่งตัวในกรอบแคบๆ สัปดาห์นี้ยังไม่มีปัจจัยใหม่ ตลาดรอดูตัวเลขจ้างงาน(นอกภาคเกษตรกรรมของสหรัฐ) คืนวันศุกร์ที่จะมีผลต่อการตัดสินใจปรับดอกเบี้ยของเฟด(ธนาคารกลางสหรัฐ) ในเดือนธันวาคม นักบริหารเงิน กล่าวGFPT ซื้อ ราคาหุ้นแกว่งตัวขึ้นต่อเนื่องในกรอบแนวโน้มขาขึ้น สอดคล้องกับเส้นค่าเฉลี่ย 7-14-21 วัน เรียงตัวตัดกันยืนยันแนวโน้ม คาดว่าจะสามารถแกว่งตัวขึ้นได้ต่อเนื่อง มีแนวต้านแรกที่จุดสูงก่อนหน้า 10.90 บาท และมีเป้าหมายตามกรอบขาขึ้นที่ 11.50 บาทโดยปัญหาเรื่องหนี้ครัวเรือนยังน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางที่มีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น ดังนั้นการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรมีความยืดหยุ่นอย่างมีเหตุมีผล ขณะที่การดำเนินธุรกิจของสถาบันการเงินก็ต้องระมัดระวัง เพราะการแข่งขันในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ไม่เกิดประโยชน์ เพราะสถานการณ์ยังผันผวน。

โดยระยะแรกออกประกาศรับซื้อสำหรับพื้นที่ที่มีความพร้อมด้านระบบสายส่งไฟฟ้าก่อน โดยมีเป้าหมายรับซื้อจำนวน 600 เมกะวัตต์ มีกำหนดการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์(SCOD) ไม่เกินวันที่ 30 ก.ย.59 ซึ่งให้ผู้ที่สนใจยื่นแบบคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องตั้งแต่วันที่ 1-10 พ.ย.58 และจะรู้ผลภายในเดือนธ.ค.58 ส่วนระยะที่สอง กกพ.จะออกประกาศรับซื้อไฟฟ้าสำหรับพื้นที่ที่เหลือต่อไป โดยจะมีกำหนดวัน SCOD ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-30 มิ.ย.61, News Summary: สรุปข่าวประจำวันที่ 2 พ.ย.58 สำหรับวันพฤหัสบดี ทางการสหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ และประสิทธิภาพการผลิต-ต้นทุนแรงงานต่อหน่วยเบื้องต้นในไตรมาส 3/2558 ส่วนวันศุกร์ สหรัฐจะเปิดเผยข้อมูลจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนต.ค. และสินเชื่อผู้บริโภคเดือนก.ย.S50Z15/892.70โดยจากการพิจารณามูลค่าคงค้างของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคีของ ธปท. อันเป็นเครื่องมือในการบริหารสภาพคล่องนั้นมีมูลค่าคงค้างสูงกว่า 1.3 ล้านล้านบาท (ณ 29 ต.ค.58) ขณะที่ระดับเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝาก (L/D + B/E Ratio) ของธนาคารพาณิชย์ไทยก็อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 1 เท่า โดยอยู่ที่ 0.97 (ณ สิ้นเดือน ส.ค.58)โดยส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เกิดจากต้นทุนน้ามันดิบและเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตลดลงตามราคาน้ามันดิบที่ลดลงและ 2) โครงการเพิ่มประสิทธิภาพทั่วทั้งองค์กรโดยเฉพาะการผลิตและการตลาดภายใต้โครงการเดลต้าทาให้ GIM เพิ่มขึ้น 0.54 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล,EPG Trading 8.75 แนวต้าน 9.00, 9.20 ตัดขาดทุน 8.60ราคาปิด : 2.28 ซื้อ กลุ่มท่องเที่ยว AOT MINT และธนาคารที่มี Valuation ถูก: แนะนำ ซื้อ กลุ่มท่องเที่ยวที่กำลังเข้าสู่ช่วง High Season ปลายปี อย่าง AOT และ MINT โดยจำนวนนักท่องเที่ยวเติบโตแกร่งต่อเนื่อง ขณะที่ธุรกิจอาหารของ MINT เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวใน 3Q15 แล้ว นอกจากนี้เรายังแนะนำ ซื้อ ,สำหรับภาวะการดำเนินงานของกลุ่มผู้ผลิตจีนยังคงย่ำแย่ลงในเดือนต.ค. แม้ว่าเป็นอัตราการลดลงที่ช้าสุดในรอบ 4 เดือน ขณะที่ธุรกิจใหม่ลดลงเล็กน้อย โดยด้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อสินค้าส่งออกล็อตใหม่ที่เพิ่มขึ้นอีกครั้งทั้งนี้ ในช่วงปี 57 มูลค่าซื้อขาย DW ต่อวันมีมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท แต่ในช่วงครึ่งหลังปี 58 DW มูลค่าซื้อขายเติบโตเป็นอย่างมากเกือบเท่าตัว อยู่ประมาณ 1,800 ล้านบาทต่อวัน สาเหตุมาจาก DW สามารถช่วยให้นักลงทุนใช้ทำกำไรขาลงได้ หรือนำมาใช้บริหารความเสี่ยงของหุ้นที่ถืออยู่ได้ ซึ่งมองว่าในปี 59 เป็นปีที่ตลาดหุ้นจะมีความผันผวนมาก ซึ่งสาเหตุหลักเป็นผลจากปัจจัยนอกประเทศ ทำให้เชื่อว่ามูลค่าซื้อขาย DW จะเติบโตขึ้นอีก โดยหวังว่าจะซื้อขายเฉลี่ยอยู่ที่วันละ 2,500 ล้านบาทต่อวัน หรือเติบโตประมาณ 40% จากปี 58ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.50% ในการประชุมวันที่ 4 พ.ย.นี้ ท่ามกลางความเป็นไปได้มากขึ้นที่เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมกลางเดือน ธ.ค.นี้ ยืนยันนะคะว่า การปลดพนักงานเป็นไปตามโครงสร้างองค์กร และมีการจ่ายค่าชดเชยตามกฏหมายแรงงานทุกอย่าง และไม่มีปลดพนักงานเพิ่มแล้ว ส่วนคืนวิทยุนั้นเรามีเอกสารชัดเจนจากทางกสทช.ค่ะ วทันยา กล่าว,หุ้น IAG SA ร่วงลง 2.5% หลังจากบริษัทปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการในปี 2558, หุ้นลอรีอัล ร่วงลง 4.6% หลังจากบริษัทเปิดเผยยอดขายไตรมาส 3 ที่ออกมาน้อยกว่าการคาดการณ์, หุ้นรอยัล แบงก์ ออฟ สก็อตแลนด์ ดิ่งลง 1% หลังจากบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่น้อยกว่าคาด ส่วนหุ้นเรโนลท์ ดีดตัวขึ้น 5.3% ขานรับผลประกอบการที่สดใสของบริษัท、ีufa800、ส่วนที่กรรมการ กสทช. บางคนที่ไม่ทราบเรื่องการประมูลคลื่นนั้น ไม่ทราบเหตุผล ยอมรับว่าการที่ น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. ออกมาให้ข้อมูลส่งผลให้ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ซึ่งมีแนวคิดว่าอาจจะฟ้องหมิ่นประมาท น.ส.สุภิญญา,แถลงการณ์ภายหลังการประชุมระบุว่า คณะกรรมการเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยในช่วง 0-0.25% ต่อไป ส่วนในการประชุมเดือนธ.ค.นั้น จะเป็นเวลาที่เฟดจะทำการพิจารณาว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ โดยเฟดจะประเมินความคืบหน้าทั้งที่เกิดขึ้นจริง และที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ต่อการบรรลุเป้าหมายของการจ้างงานที่ระดับสูงสุด และอัตราเงินเฟ้อที่ระดับ 2%。

Despite notable progress in providing digital services, there are still major challenges in accessing these tools in practice.

Bittersweet: Vietnam’s Mixed Progress on E-Government During COVID-19

In this Jan. 23, 2021 file photo, a woman wearing face mask looks at her phone in Hanoi, Vietnam.

Credit: AP Photo/Hau Dinh, File

“Digital tools have been developed quickly to join the national fight against the COVID-19 pandemic; governmental agencies, businesses, and people have actively utilized and promoted the application of ICT in all aspects of socioeconomic life […] This is a catalyst for national digital transformation,” former Prime Minister Nguyen Xuan Phuc declared at a meeting of the National Commission on E-government on March 10, 2021.

Yet our experiences suggest a different picture. Coming into Vietnam from abroad, Truong Thuy Quynh had high hopes of experiencing digitized COVID-19 prevention processes. She was quickly hit hard by the reality: an error-ridden health declaration website, time-consuming paperwork, 100 percent manual medical screening, and mostly in-person communications. The situation was no better for Pham Thi Thuy Duong, who during her 14-day quarantine after a domestic trip interacted with not a single digital tool for medical or location monitoring.

What is the cause of the optimism expressed by Phuc back in March?

It must be acknowledged that the Vietnamese government has made significant efforts during COVID-19 to digitize contact-tracing, information dissemination, and provision of public services.

First, the government has tried to digitize contact-tracing by launching several mobile applications such as Bluezone, NCOVI, and Vietnam Health Declaration (VHD). While NCOVI is a digital tool that collects medical information and travel history, Bluezone helps detect people with a high risk of exposure to the virus. Having an edge over other apps, VHD has recently been widely promoted thanks to an updated function allowing for better tracking of users’ daily travel. In the wake of the fourth wave of infections, the Ministry of Health announced that people could be penalized for using smartphones without contact tracing apps in crowded places.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

The government has also invested in providing online public services to minimize contact between officials and the people. As a splendid example, the national public service portal has come into extensive use. Throughout 2020, the access rate at this portal increased continuously and reached 100 million by the end of the year. Meanwhile, the Telemedicine Center for COVID-19 Outbreak Control exemplifies the efforts made in diagnosing and treating COVID-19 patients online. Regarding vaccination, a national portal has been established for convenient public registration.

Additionally, the government makes good use of social media platforms to inform the public of COVID-19 news and prevention instructions. Thong Tin Chinh Phu, the official Facebook page of the Vietnamese government, delivers robust updated news on almost an hourly basis. Zalo, a messaging app popular among locals, has also become a channel where information can travel quickly from the authorities to the people. As of December 2020, 55 out of 63 provinces in Vietnam had featured their portal on this platform.

Government officials and researchers whom we interviewed all viewed these digitization initiatives in a positive light.

“The application of ICTs has been of great moment for Vietnam in its combat against the virus, in terms of both contact-tracing and risk evaluation. Businesses are now able to carry out more administrative formalities through the Internet compared to before,” Dau Anh Tuan, director general of the Legal Department at the Vietnam Chamber of Commerce and Industry, said via email.

Echoing Tuan, Nguyen Thanh Long, a research analyst at Mekong Development Research Institute, commented: “COVID-19 has triggered a growing demand for a large amount of information declaration, quick and accurate information retrieval. Consequently, the number of ICT users has increased within state agencies, among the public and businesses. It can be said that the COVID-19 pandemic is a boon to the growth of e-government in Vietnam.”

Nonetheless, what happened during our quarantines urged us to cast doubt on the “positive light” emanating from these statements. After conducting more interviews, we discovered that our stories are not unique. A behind-the-scenes look into the picture of e-government in Vietnam reveals a number of loopholes.

For example, in the southern metropolis of Ho Chi Minh City, where mass testing has been requested by authorities, testing registration and results rely on physical communication between local government and residents, without any online services.

“The neighborhood’s leader came directly to my house to announce the testing time and location, but there are people who did not grasp the information, as the leader only informed the landlord,” a resident told us when asked about her testing experience.

Trang, an office worker, confirmed similar procedures at her neighborhood: “Each family is given paper testing registration forms, and we will bring the form to the testing site. First come, first serve!”

As a result, there have been complaints and online quarrels about long queues and even risks of cross-infection at these testing sites.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

This problem is symptomatic of Vietnam’s imperfect e-governance system. We learned from Dau Anh Tuan that administrative procedures in Vietnam are sometimes online only symbolically and still require significant offline interactions. He pointed out that the proportion of online public services at level 4 (where transaction and service processing are both conducted online) is still low. Specifically, by the end of last year, the national average of level 4 public services only reached 30.86 percent. Furthermore, some agencies only focus on equipment procurement and have not invested sufficiently in developing user-friendly online services and providing guidance for usage.

With that in mind, consider this statement from Deputy Minister of Information and Communication Nguyen Huy Dung: “[In our country] there is software for disease prevention and control that can be completed within 48 hours. Many businesses have participated in building top-notch applications.” However, is the focus on software building overshadowing the need for better coordination and quality control?

Back to the case of COVID-19, even when ICT is in place, citizens’ poor digital readiness still poses a formidable barrier to e-governance. Doctor Do An Nhien shared with us a story about visitors to her hospital: “Some visitors came without smartphones for health declaration, so we had to switch to paper documents. This caused the whole procedure to become sluggish.” Her story resonated with my experiences at the airport. Many elderly passengers almost nagged the medical staff for individual instructions on how to fill out the online health declaration form.

Digital inequality does exist in Vietnamese society, particularly among different generations. As of May 2019, people over 45 years of age constituted only 10 percent of the total number of internet users. Such a divide also manifests itself between regions. Although the pandemic necessitated remote learning as a COVID-19-safe alternative, students from impoverished mountainous areas with low internet penetration rate lack both the facilities and skills to adapt to this digital solution.

Another serious problem exposed by the COVID-19 pandemic is the dearth of coordination among different agencies, limited synchronization of information, and weak shared infrastructure.

Particularly, one government official working in the medical sector who requested anonymity told us, “The databases of available contact-tracing apps are not integrated, creating hassles for users who must repetitively do health declarations on different apps. Besides, when retrieving information from Bluezone, we only have phone numbers and have to match with databases of VHD and NCOVI to identify users, which slows contact-tracing down considerably.”

Similar complications could be detected for other public service portals like Vietnam National Single Window, whose connections with the General Department of Vietnam Customs and relevant agencies exist only on the surface. As each agency has their own portal, the national portal offers simply a makeshift tie between them, according to Dau Anh Tuan. Nguyen Thanh Long attributed this lack of coordination to an unfocused, unselective portfolio of e-government investments. He suggested that channeling resources into a few high-quality portals and software would curb the aforementioned hassles.

The government is in fact take steps to remedy to the system’s shortcomings, from timely adoption of more advanced technologies to smoothing the way for government-private sector collaboration.

On July 11, Ho Chi Minh City introduced a new system that allows facial recognition and location tracking via smartphones to supervise self-quarantine, hoping to ease the pressure on centralized quarantine venues. The city is also using STAYHOME and HCMCovidSafe, smart wristbands produced collaboratively by governmental agencies, tech corporations, and scientists. Such cooperation has sparked the hope for a synergy in ICT capacity building in Vietnam in the near future.

Nevertheless, problems like a lack of coordination within the governmental apparatus, digital inequality, an immature digital culture, and a dearth of ICT-qualified personnel within the public sector may remain pressing in the aftermath of COVID-19. All the experts we spoke to agreed that these issues should now rise to the top of the policy agenda, alongside infrastructure building and technological upgrades.