Interviews | Diplomacy | East Asia

หวย งวด วัน ที่ 1 กรกฎาคม: North Korea in a Nutshell

2xl สล็อต,ระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 3.90-4.50 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 3.88 บาทสำหรับสัญญาทั้ง 5 ฉบับ ได้แก่ สัญญาซื้อทรัพย์สินของบ้านสวนมาสสาจ สาขานนทบุรี ,สัญญาซื้อทรัพย์สินของบ้านสวนมาสสาจ สาขารามอินทรา ,สัญญาซื้อทรัพย์สินของบ้านสวนมาสสาจ สาขารามคำแหง ,สัญญาร่วมดำเนินธุรกิจบ้านสวนมาสสาจ สาขาเจริญนคร และสัญญาโอนสิทธิในเครื่องหมายทางการค้า ซึ่งใช้ในการประกอบกิจการของบ้านสวนมาสสาจ มาเป็นของบริษัทCPN Trading แนวรับ 45.50 แนวต้าน 48.00, 49.00 ตัดขาดทุน 44.75 คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น เห็นชอบแนวทางของเจ้าหน้าที่รัฐบาลสำหรับงบประมาณด้านการคลังประจำปี 2559 ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการเติบโตขณะควบคุมการใช้จ่าย แม้ว่าแนวทางดังกล่าวจะระบุว่า การร้องของบประมาณจากกระทรวงต่างๆ ไม่จำเป็นต้องมีเพดานจำกัด ซึ่งอาจส่งผลให้การใช้จ่ายบานปลาย , ในช่วงของการ Rebound กลยุทธ์ Trading ระยะสั้น จึงน่าจะเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสม โดยให้เลือกหุ้นในกลุ่มที่อยู่ใน Momentum ของการฟื้นตัวแรง มี Upside ทางพื้นฐานสูง และมี Story เด่นเกี่ยวกับผลประกอบการงวด 2Q58 เช่น กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เลือก HANA ([email protected]) กลุ่มรับเหมาะก่อสร้าง CK ([email protected]) SYNTEC ([email protected]) ขนส่ง BTS ([email protected]) กลุ่มโรงแรม CENTEL ([email protected]) กลุ่มธนาคารฯ KBANK ([email protected]) วัสดุก่อสร้าง SCC ([email protected]) TASCO ([email protected])SET50 Index Futures: Downside รอบเช้าหลุดแนวรับ 910 จุดชั่วคราว และกำลังจะทดสอบแนวรับช่วง 900-903 จุด ฉะนั้นรอบบ่ายควรจะเห็นระยะฟื้นกลับมายืนเหนือ 910 จุด เพื่อบ่งชี้การเสร็จสิ้นรอบพักฐานสำหรับแนวโน้มในระยะกลางHYDRO (2.70 บาท) SET ปิดลบ 6.58 จุด TASCO ซื้อ-ขายสูงสุด 1.73 พันลบ. อัตรารายได้โดยรวมของญี่ปุ่นอาจมีการปรับตัวสูงขึ้นอีก 2-4% ใน 10 ปีข้างหน้า หลังจากที่ได้ร่วมลงนามข้อตกลงดังกล่าวซึ่งมีสหรัฐเป็นผู้นำ และมีญี่ปุ่นและประเทศต่างๆ ซึ่งมีเขตแดนติดชายฝั่งทะเลแปซิฟิกเข้าร่วมลงนาม ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวครอบคลุมเศรษฐกิจทั่วโลกประมาณ 40%ระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 47-54 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อนส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 46.50 บาทนอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากผลประกอบการที่อ่อนแอของบริษัทจดทะเบียน รวมถึงยูนิลีเวอร์ซึ่งเปิดเผยว่า กำไรสุทธิในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ร่วงลง 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แตะ 2.49 พันล้านยูโร (2.72 พันล้านดอลลาร์) หลังจากอัตราการขยายตัวของยอดขายชะลอลง,ก่อนหน้านั้น มาร์กิตเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นของจีนในเดือนก.ค.ลดลงแตะ 48.2 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 15 เดือน จาก 49.4 ในเดือนมิ.ย. ตัวเลขที่ต่ำกว่า 50 แสดงให้เห็นถึงภาวะหดตัว และดัชนีที่สูงกว่า 50 จะบ่งชี้ว่า กิจกรรมภาคการผลิตของจีนมีการขยายตัวจากเดือนก่อนหน้าตลาดหุ้นจีนร่วงลงอย่างต่อเนื่องในวันนี้ หลังจากสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) เปิดเผยในวันนี้ว่า บริษัทอุตสาหกรรมรายใหญ่ของจีนมีผลกำไรในเดือนมิ.ย.ลดลง 0.3% เมื่อเทียบรายปี สู่ระดับ 5.8857 แสนล้านหยวน หลังจากที่ขยายตัว 0.6% ในเดือนพ.ค.สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่า ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดวานนี้ (23 ก.ค.) ที่ 17,731.92 จุด ร่วงลง 119.12 จุด หรือ -0.67%, ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 5,146.41 จุด ลดลง 25.36 จุด หรือ -0.49% และดัชนี S P500 ปิดที่ 2,102.15 จุด ลดลง 12.00 จุด หรือ -0.57%MINT (BUY:[email protected]) : ช่วง 3 ปี คาดกำไรปกติโตเฉลี่ยปีละ 10% จากศักยภาพเติบโตแข็งแกร่งทั้งธุรกิจโรงแรมที่คาดได้อานิสงค์จากธุรกิจท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว และธุรกิจร้านอาหารที่มีการขยายสาขาต่อเนื่อง + Upside 32% แนะนำ ซื้อ กลยุทธ์ที่แนะนำ :ช่วงบ่าย: หากกลับมายืนเหนือ 1445 จุดได้ จะเป็นสัญญาณที่ดีขึ้น มิฉะนั้นการพยายามฟื้นตัวจากจุดต่ำเดิมที่ 1433 จุด เท่ากับสูญเปล่า และแนวโน้มดัชนีจะปรับลงต่อ โดยมีแนวรับถัดไปที่ 1420 จุด ด้านประเด็นสำคัญสัปดาห์หน้า ติดตามผลประชุมเฟด (28-29 ก.ค.) ซึ่งอาจกระตุ้นแรงขายใน SET เพื่อป้องกันความเสี่ยงก่อนผลประชุมในช่วงต้นสัปดาห์ กลยุทธ์ นักลงทุนรอแบ่งซื้ออีกครั้งที่แนวรับ 1420 จุด ส่วนการเก็งกำไรเหมาะกับผู้รับความเสี่ยงได้สูง ทั้งนี้ หุ้นแนะนำตามสัญญาณทางเทคนิค ได้แก่ FORTH (รับ 7.95 ต้าน 8.50 Cut 7.70) และ TGCI (รับ 3.54 ต้าน 3.90 Cut 3.40) RSI สัญญาณบวกบล.ธนชาต แนะนำ BUY ราคาเป้าหมาย 30.00 บาท/หุ้น มองการปรับลดลงของ EA เป็นโอกาสในการ ซื้อ จาก 1) กำไรไตรมาส 2/58 เติบโตแกร่งเป็น 800 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 38% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 96% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้วยกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในปี 2016 (การก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทติย์ที่พิษณุโล 90MW และพลังงานลาม Hadd 126MW เป็นไปตามแผน) ทั้งนี้ บริษัทได้กำหนดชำระเงินค่าหุ้นเพิ่มทุนดังกล่าวในวันนี้ (27 ก.ค.58) โดยรายชื่อ PP ทั้ง 16 รายที่สำคัญ ได้แก่ นายอานนท์ชัย วีระประวัติ จะถือหุ้นเพิ่มเป็น 4.44% ,นางสาวเพชรรัตน์ จรรยธรรมพต ถือหุ้นเพิ่มเป็น 2.35% ,นางจารุณี ชินวงศ์วรกุล ถือหุ้นเพิ่มเป็น 3.55% ,นายวงศ์วริศ เผอิญโชค เข้ามาถือหุ้น 0.28% ,บมจ.ลีพัฒนาผลิตภัณฑ์ (LEE) เข้ามาถือหุ้น 0.22% เป็นต้น นายซัง ชุนหวา รัฐมนตรีกระทรวงการคลังฮ่องกงกล่าวในที่ประชุมนานาชาติโครงการ One Belt One Road ว่า โครงการเส้นทางเศรษฐกิจ Belt and Road จะเป็นปัจจัยใหม่ที่สำคัญที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจเศรษฐกิจโลกที่ยังคงดำเนินไปอย่างช้าๆ 。

กลยุทธ์: นักลงทุนระยะสั้นรอซื้อเก็งกำไรเมื่อตลาดฟื้นตัว ส่วนนักลงทุนระยะยาวรอจังหวะทยอยสะสม จิตวิทยาการลงทุนระยะสั้นของตลาดเป็นลบมากขึ้นหลังดัชนีร่วงหลุด 1,420 จุด ลงมา จึงให้ ระมัดระวังความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น โดยนักลงทุนระยะสั้น แนะนำ รอจังหวะตลาดฟื้นตัวหรือมีสัญญาณบวกจึงเพิ่มการเก็งกำไร เน้นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการลดดอกเบี้ย (TISCO PS LPN SIRI) และหุ้นที่ถอยลงแรง ส่วนนักลงทุนระยะยาว แนะนำ หาจังหวะทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานที่ร่วงลงแรง อาทิ ADVANC AOT SCC BH CPALL TOP LH MINT THCOM TTCLทั้งนี้ บรรยากาศการอ่อนค่าของเงินบาท และดัชนีฯปรับตัวลงแรง ซึ่งเป็นการสะท้อนภาวะตลาดฯ และยังทำให้เห็นว่า Flow คงจะไหลเข้ามายาก ดังนั้น ภาพรวมตลาดฯขาดปัจจัยหนุนชัด แต่การมีปัจจัยลบเข้ามาเพิ่มเรื่อย ๆ ทำให้มีโอกาสที่ดัชนีฯปรับตัวลงได้อีก,PTTมูลค่าการซื้อขาย 1,059.03 ล้านบาท ปิดที่ 317.00 บาท ลดลง 2.00 บาทนักลงทุนจับตาการประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดซึ่งจะมีขึ้นในวันพุธนี้ ซึ่งจะเป็นการหารือเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายการเงินในระยะสั้นการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งในระยะนี้ของสหรัฐ ได้กระตุ้นการคาดการณ์ของตลาดที่ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสิ้นปีนี้ สำนักข่าวซินหัวรายงาน,แนวรับ 900-903* แนวต้าน 910-915*บล.ฟิลลิป(ประเทศไทย)ระบุในบทวิเคราะห์ (24 ก.ค.) มองว่า KTB จะเป็นธนาคารที่ได้รับประโยชน์จากโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐ แม้ว่าโครงการดังกล่าวอาจจะไม่สามารถดำเนินการได้เร็วอย่างที่คาดไว้เดิม แต่ได้หันไปเน้นปล่อยสินเชื่อ SME และสินเชื่อธุรกิจเพิ่มเติมสินเชื่อภาครัฐได้สำหรับหุ้นที่ร่วงแรงประจำวันนี้ (23 ก.ค.) ได้แก่,HYDRO (ราคาปิดภาคเช้า 2.84)? IMF ชี้ข้อตกลงการค้าเสรีแปซิฟิกช่วยหนุนเศรษฐกิจและรายได้ของญี่ปุ่นบล.ฟิลลิประบุในบทวิเคราะห์(27 ก.ค.) หุ้นที่ครบเกณฑ์ Cash Balance : DAII หุ้นที่มีโอกาสติด Cash Balance DAII ปิดเกมร่วงกว่า 20% หลังช่วงเช้าบวกแรงเกินคาด STEC/23.70 แนวโน้มเริ่มดีหลังกลับมายืนบน EMA-75 วันได้ พร้อมเครื่องมือระยะสั้นฟื้นตัว เก็งกำไร แนวรับ 23.40 แนวต้าน 24.50-24.70 Cut loss 23.00 บ.เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นางออลกา เกโรวาซิลิ โฆษกรัฐบาลกรีซ กล่าวว่าความล่าช้าในการเดินทางของคณะเจ้าหน้าที่ทรอยก้ามายังกรีซ เกิดจากเหตุขัดข้องทางด้านเทคนิค ภาพของการฟื้นตัวดังกล่าว หากอ้างอิงวิธีการวิเคราะห์เทคนิค คาดว่าจะมี Momentum ที่ทำให้เกิด Technical Rebound ต่อเนื่องได้อีกระยะ แต่ในแง่ของปัจจัยพื้นฐาน ยังไม่มีปัจจัยบวกที่ชัดๆเข้ามา จะมีก็แต่ปัจจัยลบที่ยังคงรุมล้อมและเพิ่มเรื่องเข้ามาตลอด ล่าสุด ก.พาณิชย์ ได้มีการทบทวนตัวเลขส่งออกปีนี้จากเดิมว่าจะขยายตัว 1.2% อาจปรับลดลงเหลือ 0-0.5% นอกจากนี้มุมมองที่ย่ำแย่ต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในช่วงครึ่งปีหลัง (2H58) ของสำนักวิเคราห์ต่างๆจนนำไปสู่กระแสปรับลดประมาณการณ์กำไรตลาดปี 2558 ก็เป็นตัวกดที่ทำให้ดัชนีฟื้นตัวขึ้นได้ยาก เนื่องจาก Valuation แพงสวนกับ Earning ที่ปรับลดลง ดัชนีจึงน่าจะมีพื้นที่ฟื้นตัวจำกัด ประเมินแนวต้านทางเทคนิคไว้ที่ 1,457 และ 1,472 จุด สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 1,770.99 ลบ.(SET+MAI) บาทกลับมาปิดตลาดแข็งค่าหลังมี comment จากแบงก์ชาติ และอาจมีแรงเทขายทำกำไรหลังบาทอ่อนค่ามามาก ช่วงนี้ค่อนข้างผันผวน น่าจะแกว่งตัวในกรอบ 15 สตางค์ แม้ในระยะกลางเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่า แต่ระยะสั้นน่าจะพักฐานได้ นักบริหารเงินกล่าว,ส่วนตัวเลขการส่งออกของไทย งวด มิ.ย.ติดลบ ซึ่งประกาศออกมาช่วงเช้านี้เป็นเดือนที่ 6 จากที่เศรษฐกิจซบเซา คาดตลาดหุ้นซึมต่อเพราะไม่มีปัจจัยบวกอื่น หุ้นบวกดัชนี TUF BTS GLOW ABC DELTA AJD TISCO SPG NUSA BTC TSF PT หุ้นลบดัชนี SCC PTT TRUE ADVANC PTTEP SCB BDMS PTTGC BAY IVL CPALLอะไรที่ลงหนัก ก็เริ่มมีการฟื้นตัว มองจังหวะ Technical Rebound ยังมี Momentum ที่จะขึ้นต่อได้แต่อาจมี Upside จำกัดจากปัจจัยลบทางพื้นฐาน กลยุทธ์ระยะสั้นจึงให้เน้น Trading หุ้นที่คาดว่าจะมีการเหวี่ยงกลับแรง เช่น HANA CK SYNTEC BTS CENTEL KBANK SCC TASCOทั้งนี้ SUC ระบุว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทวันนี้ อนุมัติการลงทุนในธุรกิจใหม่เพื่อประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชน สถานพยาบาล ในการให้บริการทางการแพทย์และพยาบาล โดยลงทุนในโครงการโรงพยาบาลในนิติบุคคล ชื่อ บริษัท การแพทย์ สุขุมวิท 62 จำกัด ซึ่งจะเป็นโครงการใหม่ที่จะต้องเริ่มสร้างโรงพยาบาล จัดหาเครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องและอื่นๆต่อไป โดยมีเงินลงทุนของโครงการประมาณ 1,800 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นการเพิ่มทุนจดทะเบียนครั้งแรกจำนวน 847.25 ล้านบาท ,ทั้งนี้เพื่อขยายการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของบริษัท โดยบริษัทย่อยแห่งนี้ประกอบกิจการซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน เช่า ให้เช่าที่ดิน อาคาร โรงเรือน และสิ่งปลูกสร้างทุกชนิด รวมถึงเข้าถือหุ้นในบริษัทอื่น สำหรับสัดส่วนการถือหุ้น บริษัท สิงห์ เอสเตท จากัด (มหาชน) ถือหุ้นจำนวน 40,619,989 หุ้น หรือคิดเป็น 99.99% ของทุนจดทะเบียนฝ่ายวิเคราะห์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) แนะหุ้น PT ซื้อเก็งกำไร แนวรับ 9.90-10.00 บาท แนวต้าน 10.40-10.80 // 11.20 บาทด้านนายชัยยศ จิวางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.โกลเบล็ก แนะนำว่า ปัจจัยลบจากความกังวลเศรษฐกิจภายในประเทศชะลอตัวเนื่องจากภาคการส่งออกติดลบ ปัญหาภัยแล้ง รวมถึงแผนลงทุนเมกะโปรเจ็กต์ล่าช้า กระทบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนโดยตรง อีกทั้งการที่เฟดส่งสัญญาณขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้จะส่งผลให้กระแส Fund flow ของนักลงทุนต่างชาติไหลออกPTTGCมูลค่าการซื้อขาย 1,327.38 ล้านบาท ปิดที่ 61.00 บาท ลดลง 3.25 บาท。

Insights from Kongdan Oh.

North Korea in a Nutshell
Credit: Pixabay

The Diplomat author Mercy Kuo regularly engages subject-matter experts, policy practitioners, and strategic thinkers across the globe for their diverse insights into U.S. Asia policy. This conversation with Kongdan Oh? ?? independent scholar; former senior researcher at RAND Corporation and Institute for Defense Analyses; and author of numerous publications, including “North Korea in a Nutshell“ (June 2021)? ?? is the 279th in “The Trans-Pacific View Insight Series.”?

Comment on North Korea’s strategic calculus toward the Biden administration.

American presidents come and go, but the three generations of the Kim regime have remained constant in their hostility toward the United States. North Korea says that until such time as the United States makes a “bold switchover” in its North Korea policy, replacing hostility with friendship, relations between the two countries cannot improve no matter what deals are made or agreements signed. Every American president for the last 30 years has insisted that North Korea end its nuclear weapons program, a demand that North Korea considers to be overtly hostile. Consequently, it is unlikely that the Kim regime will adopt a new calculus toward the Biden administration. The regime will continue to parry American proposals until North Korea has a sufficiently credible nuclear deterrent to discourage the United States from interfering in North Korean affairs, or until North Korea is able to win over South Korea and present a united front against the United States.

How does North Korea fit into the U.S.-China geopolitical rivalry?

For the United States, North Korea constitutes a military threat in terms of its conventional forces poised to attack South Korea and its weapons of mass destruction. For China, North Korea is merely a nuisance: a minor economic burden, a potential source of military and social instability on China’s border, and an embarrassment as a badly-run communist-style state. China would like to see a unified Korean nation friendly toward China and within China’s economic orbit. The United States would like to see a unified Korean nation friendly toward itself and its Japanese ally. North Korea remains fiercely independent, hostile toward the United States, and suspicious of China. North Korea’s greatest usefulness for China is to give Beijing the opportunity to play the role of “elder statesman” by mediating U.S.-North Korea disagreements.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

What is North Korea’s impact on U.S.-South Korea-Japan relations?

Japan is the United States’ major ally in East Asia, America’s “unsinkable aircraft carrier,” diplomatically close and hosting 55,000 American troops. South Korea is also an ally, although not as close, and hosts 38,000 troops. The United States, Japan, and South Korea form one political camp, with South Korea sometimes leaning a bit toward China and North Korea. On the other side is China, Russia, and North Korea, although North Korea does not consider itself to be part of any camp.

North Korea has the potential to be a key political player in the region. If it warmed up to South Korea, it might be able to move South Korea away from the U.S.-Japan alliance and bring it into the China-North Korea orbit. And yet, North Korea has always rebuffed South Korea. This counterintuitive strategy is dictated by the Kim regime’s long-standing claim that the South Korean government is illegitimate, and by the need to prevent the North Korean people from developing relations with their more successful neighbors to the south.

How stable is North Korea’s domestic political situation?

Since its founding in 1948, the North Korean state has lived under the thumb of three generations of the quasi-divine Kim family. The leader controls the country’s politics and military and dominates all aspects of society except the evolving (and illegal) people’s economy. Elite supporters, especially among the top generals, are closely watched. The other 24 million North Koreans do their best to ignore their leader and his appointed officials. The regime has always boasted of the country’s monolithic Kimist culture, but under the seemingly smooth surface small currents move like furiously paddling duck feet. Given the leader’s frequent purges, it can be assumed that most of the elite fear rather than respect him. Covert rivalries exist among political and military organizations. Most North Koreans are alienated from their government. The younger generations are attracted by foreign cultures; ordinary poor North Koreans resent the rising capitalistic economic class. If the leader, the cornerstone of North Korea’s stability, dies or is incapacitated without naming a successor (as has been the case since 2012), the country could quickly dissolve into political chaos.

Identify the top strategic threats that could escalate tensions on the Korean Peninsula.

Given the apparent political stability of the Kim regime, and the stabilizing influence of its quasi-allies, China and Russia, the number of strategic threats in the next few years seems limited. The North Korean people have long endured economic hardships and will die rather than rebel if living conditions worsen. The Kim regime frequently issues dire threats against the United States, Japan, and South Korea, but knows better than to carry them out. The United States has absolutely no appetite for another Korean conflict. If the Kim regime tests many long-range missiles or thermonuclear weapons, the United States might be tempted to take limited military action. Likewise, a North Korean provocation against South Korea could result in escalating border skirmishes. However, the most likely cause of tensions would seem to be the death of the North Korean leader, which might be followed by a series of military coups and, finally, domestic chaos that invites foreign intervention from South Korea and perhaps even from China.