The Debate

โปรโมชั่น ทดลองเล่นสล็อตฟรีไม่ต้องฝาก: The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay

สล็อตโจ๊กเกอร์ ทรูวอลเล็ต,อนึ่งกลุ่มยางโอตานิได้รับการยอมรับและมีชื่อเสียงมากว่า 30 ปี และเป็นผู้นำในตลาดยางรถเกษตรกรรมรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียนราคาปิด 35.25 แนวรับ 35-34 แนวต้าน 35.75-36.25 , 37-37.50, GL พุ่ง 14% โบรกมอง Q3 กำไรนิวไฮ แนะซื้อ 21 บ. อัพไซด์เพียบประกอบกับเป็นการขยายเวลาสำหรับลูกค้าในการย้ายฐานคลื่น 900MHz ซึ่ง กสทช. เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบที่มีนัยสำคัญต่อการเปิดให้บริการ 4G ในช่วงต้นปี 2559 โดยหลังจากนี้ กสทช.จะต้องส่งเอกสารการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้กับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (กระทรวง ICT) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้รับทราบ โดยในส่วนของการประมูลคลื่น 1800MHz ยังคงมีกำหนดการเดิมในวันที่ 11 พ.ย. 2558 ,หุ้นแนะนำ : CENTEL ผลประกอบการ 3Q58 มีโอกาสออกมาดีกว่าคาดและ PTTEP ราคาอยู่ในระดับต่ำมากแล้ว คาดว่าผลประกอบการจะดีขึ้นใน 4Q58 ต่อเนื่องถึงปี 2559 STOP LOSS ถ้าราคาหุ้นปิดต่ำกว่า 20.00 ลงไปแนวโน้มตลาดและหุ้นที่น่าสนใจคาดปรับขึ้นทดสอบ 1,424/1,430เมื่อเดือนที่แล้ว กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 142,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. ขณะที่อัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 5.1% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 7 ปี หรือนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2551โดยดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ 23,272.66 จุด เพิ่มขึ้น 704.23 จุด, +3.12% ดัชนี SENSEX ตลาดหุ้นอินเดียเปิดวันนี้ที่ 26,704.02 จุด เพิ่มขึ้น 113.43 จุด, +0.43%สำหรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ใน SUPER 5 อันดับแรกมีดังนี้(ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้นณ วันที่17/03/2558)ทั้งนี้ เงินกู้ยืมส่วนใหญ่ของบริษัทเป็นเงินกู้ยืมระยะสั้น ซึ่งภายหลังการชำระคืนหนี้บางส่วนจะส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระ ดอกเบี้ยต่อทุนต่ำกว่า 0.5 เท่า ซึ่งเป็นตัวเลข ณ 30 มิ.ย.58、TVOเป้าหมาย 31.00 บาท แนวต้าน 28.25 บาท ตัดขาดทุน 26.00 // 25.75 บาทด้านนางฟรานซิส อีเลน แม็กเอียเชิน ผู้เชี่ยวชาญด้านหลักประกันทางธุรกิจ บรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ(ไอเอฟซี) หน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารโลก กล่าวว่า กฎหมายหลักประกันทางธุรกิจฯ นอกจากทำให้เอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังสร้างความโปร่งใสในภาคการเงินด้วยระบบทะเบียนหลักประกันทางธุรกิจอีกด้วย แต่จนถึงขณะนี้ ไม่สามารถบอกได้ว่า อันดับของไทย ใน Ease of Doing Business 2016 จะดีขึ้นหรือไม่ เพราะมีเกณฑ์ในการจัดอันดับ 10 ข้อ ซึ่งการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของเอสเอ็มอี เป็นหนึ่งในเกณฑ์ดังกล่าว คาดว่า เมื่อกฎหมายบังคับใช้แล้ว ไทยจะได้คะแนนในเกณฑ์ข้อนี้มากขึ้นแน่นอนคำค้นธนพิริยะ บริษัท บูรพาทัศน์ (1999) จำกัด48/5-6 ชั้น 2 ซ.รุ่งเรือง ถนน รัชดาภิเษก แขวง สามเสนนอก เขต ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320อีกทั้งมีแรงหนุนจากเม็ดเงินลงทุนจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่จะไหลเข้าในตลาดหุ้นในช่วงโค้งสุดท้ายของปี และจะเป็นตัวช่วยพยุงตลาดไม่ให้มีการปรับฐานได้รุนแรงมากนัก รวมถึงมีความเป็นไปได้ที่การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นในวันที่ 18-19 พฤศจิกายน 2558 จะมีการสื่อสารด้วยถ้อยคำที่ผ่อนคลายต่อไป (Dovish)Tisco Financial Group (TISCO TB; THB 38.50) ซื้อขณะที่การเลื่อนกำหนดการประมูลคลื่น 900MHz ก็จะช่วยให้ TOT มีเวลาในการตัดสินใจมากขึ้น และช่วยให้มีอำนาจการต่อรองในการหาพันธมิตรและจัดตั้งบริษัท Tower Co. ก่อนการประมูลจะเกิดขึ้น แม้ว่าการเลื่อนประมูลดังกล่าวอาจก่อให้เกิดประเด็นค้างคาเกี่ยวกับการประมูลคลื่น 900MHz แต่ยังเชื่อว่า กสทช. จะสามารถจัดประมูลคลื่น 900 MHz ได้ภายในสิ้นปีนี้?หุ้น ING ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่ของเนเธอร์แลนด์ พุ่งขึ้น 2% หลังจากธนาคารเปิดเผยผลกำไรสุทธิประจำไตรมาส 3/2558 เพิ่มขึ้น 15% แตะ 1.06 พันล้านยูโร (1.49 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ส่วนผลกำไรก่อนหักภาษีปรับตัวเพิ่มขึ้น 1% แตะ 1.5 พันล้านยูโร,หุ้นมาร์ค แอนด์ สเปนเซอร์ พุ่งขึ้น 2.8% หลังจากบริษัทเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 3 ที่แข็งแกร่งกว่าคาด และยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ผลกำไรในปีนี้ด้วยราคาปิด 35.25 แนวรับ 35-34 แนวต้าน 35.75-36.25 , 37-37.50ก่อนหน้านี้ SORKON ได้จัดตั้งบริษัทย่อย คือ บริษัท ไทยโฮมฟู้ด (กรุงเทพฯ) จำกัด เพื่อจำหน่ายอาหารจานด่วนประเภทก๋วยเตี๋ยว ข้าวแกง ข้าวขาหมู ข้าวหมูแดง ขนม เครื่องดื่ม และของฝาก ทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจะถือหุ้น 79.98%。

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีค่าระวางเรือ (BDI) ปิดวันทำการล่าสุด (4 พ.ย.) ที่ 657.00 จุด ลดลง 23.00 จุด หรือ 3.38%รวมทั้งยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือของหนี้ระยะยาวสกุลเงินบาทของรัฐบาล (Long-term Local Currency Issuer Default Rating) ที่ A- และคงสถานะมุมมองความน่าเชื่อถือหนี้ระยะยาวของรัฐบาลในระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook)หุ้นเก็งกำไรระยะสั้น : BEAUTY มองเป้าหมายไว้ที่ 5.25 บาท ตัดขาดทุน 4.94 บาท,Technical SET range: 1,404-1,426 ,TWPC Trading buy ปิด 5.8 แนวรับ 5.75-5.60 แนวต้าน: 6.05-6.20 MACD ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ยที่ระดับ 0 เครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนวโน้มขึ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นทดสอบแนวโน้มลง RSI ปรับตัวเพิ่มขึ้นเข้าใกล้ระดับ 60,กำหนดจุด stop loss เมื่อใกล้หลุด 1.72 บาท “ธนพิริยะ” เตรียมเคาะราคาขาย IPO คาดเทรด mai ได้กลางเดือนพ.ย.นี้แนวรับ : 20.50 / 19.10 บาทโดยปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาหุ้นABCปรับตัวขึ้นคาดว่ามาจากประเด็นที่บริษัทระบุว่าจะมีการประชุมคณะกรรมการบริษัทในวันนี้ (4 พ.ย.) โดยหนึ่งในวาระที่จะนำเข้าขออนุมัติจากมติคณะกรรมการบริษัท คือ การเสนอขอเพิ่มทุนเพื่อจัดสรรให้กับนักลงทุนเฉพาะเจาะจง,สัญญาณเทคนิค เห็นกราฟ week กำลังพลิกม้วนตัว แบบ turnaround โดยแนว minor uptrend นี้มีเป้าหมายการขึ้นที่ 7.40 บาท สนับสนุนการขึ้นโดย Stoch และหากผ่านแนวตรงนี้ไปได้จะยืนยันรูปแบบ U-curve ในอนาคตที่ระดับ 8 บาทต่อไป ตอนนี้จับทาง จับจังหวะตามรอบไปก่อนสำหรับกลยุทธ์การลงทุนในเดือน พ.ย.แนะนำให้ลงทุนในหุ้น 20 บริษัท ได้แก่ IRPC, IFEC, BLA, TCAP, KKC, PTTGC, BRR, WHA, SUPER, QH, SCB, CEN, PTT, EVER, FORTH, SCN, DTAC, S11, DELTA, GFPTนักลงทุนจับตาดูถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ในวันพุธนี้ ซึ่งรวมถึงนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด นายสแตนลีย์ ฟิสเชอร์ รองประธานเฟด และนายวิลเลียม ดัดลีย์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาดูตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรประจำเดือนต.ค.ของสหรัฐซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันศุกร์นี้ เพื่อจับสัญญาณเรื่องแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด เงินปันผลดังกล่าวยังไม่รวมเงินลดทุนจดทะเบียนที่เราจะจ่ายคืนแก่ผู้ถือหน่วย ซึ่งเกิดจากค่าเช่ารับล่วงหน้าที่ได้จาก บมจ.ทริปเปิลที บรอดแบนด์ เนื่องจากยังต้องรอความชัดเจนด้านภาษีเสียก่อน หากเกิดความชัดเจนเมื่อใด ซึ่งคาดว่าน่าจะภายในปีนี้ ทางกองทุนฯ จะลดทุนจดทะเบียนประมาณ 461 ล้านบาท เพื่อคืนเงินลงทุนให้แก่ผู้ถือหน่วยต่อไป นายสุทธิพงศ์ กล่าว,Res 6.25 / Sup 5.75、เดิมพันฟรี ทัวร์นาเมนท์、 NUSA เผย “ปรีชา ภูขำ” ลาออกจากตำแหน่งประธานบอร์ด?ด้าน นายธวัชชัย พุฒิพิริยะ กรรมการผู้จัดการ TNP ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้า อุปโภคบริโภคในจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า บริษัทจะเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 200 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.25 บาท เงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปสร้างศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย จำนวนประมาณ 150-200 ล้านบาท, ใช้เป็นเงินทุนในการขยายสาขา เพื่อขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าไปยังอำเภอต่างๆ ซึ่งตั้งเป้าหมายจะขยายสาขาในปี 2559 จำนวน 3 สาขา จากสิ้นปี 58 มี 12 สาขา และส่วนที่เหลือจะนำไปชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจทั้งนี้ AMATAVN เป็น Holding Company ซึ่งลงทุนในบริษัทที่มีธุรกิจหลักคือ การพัฒนาและประกอบกิจการนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ เบียนหัว ประเทศเวียดนาม บนพื้นที่ 700 เฮกต้าร์ หรือ 4,375 ไร่ รวมทั้งโครงการพัฒนาพื้นที่พาณิชยกรรม โครงการที่พักอาศัย และอาคารสำนักงานให้เช่า หรือ Amata Commercial Complex บนพื้นที่ประมาณ 19 เฮกต้าร์ หรือประมาณ 118 ไร่ รวมถึงธุรกิจเกี่ยวเนื่อง และโครงการในอนาคตในประเทศเวียดนามที่บริษัทจะดำเนินการในโครงการสวนอุตสาหกรรมไฮ-เทค (High Tech Industrial Park) อมตะ ซิตี้ ลองถั่น จังหวัดดองไน หลังจากที่รัฐบาลเวียดนามได้อนุมัติเข้าลงทุนอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเวียดนามแล้วเมื่อกลางปี 58 ที่ผ่านมากระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เสนอที่ประชุมพิจารณาเลื่อนการเปิดประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิร์ตซ จากที่มีการกำหนดไว้ในวันที่ 12 พ.ย.58 เป็นวันที่ 15 ธ.ค.58 ตามเดิม。

Three recent papers attempt to look at the next stage of the world’s most important relationship.

The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay
Credit: The White House

The Asia security field is a crowded one these days, and that is a good thing. The region is confronting a number of destabilizing threats: disputes over islands in the South and East China Seas, weak governance in several Southeast Asian nations, and continuing?uncertainty over North Korea’s intentions and capabilities, among others. All are long-term, ongoing challenges, and the more ideas that get out there about how to manage these issues, the better.

No issue gets as much attention, however, as the U.S.-China relationship and what it means for regional security. For most, it boils down to whether the era of U.S. primacy is over. If it is, what should the next stage look like and how does China fit in? If not, how does the United States preserve its role as the fundamental security guarantor in the region and how does China fit in?

Three recent, thoughtful reports/papers attempt to address this question: the first, “Revising U.S. Grand Strategy Toward China”?by my CFR colleague Robert Blackwill and Carnegie Endowment scholar Ashley Tellis; the second, “The Future of U.S.-China Relations Under Xi Jinping: Toward a New Framework of Constructive Realism for a Common Purpose”?(pdf)?by former Australian Prime Minister Kevin Rudd; and the third, “Beyond American Predominance in the Western Pacific: The Need for a Stable U.S.-China Balance of Power”?by Carnegie Endowment scholar Michael Swaine. Each adopts a different approach and arrives at different conclusions, although the Rudd and Swaine analyses are largely compatible. Blackwill and Tellis explicitly seek to develop a roadmap for continued U.S. primacy in the Asia Pacific. Rudd and Swaine, in contrast, argue that such an effort is unrealistic, even harmful, given the realities of U.S. commitments and domestic politics, as well as China’s intentions and growing capabilities. Both Rudd and Swaine seek to have the United States and China sacrifice near-term interests for a longer-term greater good. However, Rudd places a much greater burden of compromise on the United States, while Swaine is more even-handed in his call for accommodation by both sides.

I was most eager to read the Rudd report. I have heard the former prime minister speak on a number of occasions and have always been impressed by his insights. In his report, Rudd assumes the role of peacemaker—trying to bridge the gap between the “private or semi-private narratives each side [the United States and China] may have about the other.” Although ostensibly designed to speak equally to Chinese and U.S. policymakers, the report is, for the most part, designed for a U.S. audience—explaining China and the Chinese perspective to Americans and offering recommendations for Washington.

Rudd’s argument is premised on his belief that Chinese President Xi Jinping is someone with whom the United States can work, that he is prepared to take calculated risks, and that there is now a window in China for Washington and Beijing to strike a grand bargain. According to Rudd, it is up to the United States to use this space as creatively as possible, while it lasts. While this is an appealing narrative, the report does not make?clear why Rudd believes this. Rudd also leaves the reader hanging when he asserts that China will become a more active participant in the reform of the global rules-based order and that it will bring a “new, forthright Chinese voice in the world.” It would have been helpful had the prime minister explained whether this voice will mean more Air Defense Identification Zones or more Asian Infrastructure Investment Banks or both. The implications for the region are vastly different.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

There are also some off-putting notes. Rudd begins by announcing that the Chinese economy will continue to thrive, noting: “Sorry, but on balance, the Chinese economic model is probably sustainable.” It is an awkward pronouncement that assumes that Americans want the Chinese economy to fail—something very few Americans, in fact, desire. (What Americans do want is a thriving Chinese economy that offers a fair and open trade and investment environment.)

While bold and fun to read, Rudd’s analysis of Xi’s presidency and the potential for significant new cooperation with the United States—should only the United States?seize the moment—ultimately falls short because it is difficult to find the evidence to support it. Xi may well have the political capital to strike a grand bargain, but Rudd’s faith in him notwithstanding, it remains unclear that he wants one.

The lack of demonstrable Chinese interest in a more accommodating regional security posture makes me initially sympathetic to the dominant theme of the Blackwill and Tellis report. As Blackwill and Tellis note, the current Chinese leadership has offered little indication—either in words or action—that it does not have as its endgame supplanting the United States as the regional hegemon. However, the report adopts such an uncompromising stance on any potential for the United States and China to find common ground that it loses me along the way. There is a built-in assumption that China necessarily wants to supplant the United States—not simply this regime at this moment in time. Such a deterministic understanding of Chinese politics and interests ignores ongoing debates within the country and the potential for new understandings to emerge

The recommendations (as in the Rudd report) run several pages, and for the most part, they represent a coherent strategy for the United States. Blackwill and Tellis have flipped the current hedging strategy from its emphasis on engagement with limited containment to containment with limited engagement. Much paper is devoted to strengthening military and economic ties with our allies. Still, it is difficult to understand, at times, how the containment and engagement will all work together—for example, “agreeing on enhanced security confidence-building measures between the two sides” while the United States establishes a new technology-control regime and levies an across-the-board tariff on Chinese economic goods in response to Beijing’s cyberattacks. Whatever its weaknesses, however, the report raises appropriate alarm bells concerning the challenge that many current Chinese economic and security behaviors pose for U.S. interests and the necessity of addressing them directly.

Ultimately, I thought the quietest piece—the one released with the least fanfare—was the most thought-provoking and compelling. Swaine offers a reasonably even-handed assessment of both the U.S. and PRC perspectives and tackles head on the problem that Beijing and Washington have concerning “clashing assumptions and beliefs about the requirements for continued order and prosperity in Asia.” He also identifies several very specific areas for potential cooperation, including the Korean Peninsula, Taiwan, and the management of maritime territorial disputes, and then proceeds to lay out how actual progress might be realized through various trade-offs. For example, he suggests that the United States halt arms sales to Taiwan in return for credible assurances by Beijing that it will not use force against Taiwan (except in the case of a dejure declaration of independence) and acceptance that unification would be peaceful and must involve the consent of people of Taiwan. One can agree or not with all of Swaine’s analysis or prescriptions, but in a much shorter piece, he takes the reader deeper and farther into understanding the challenges at hand and the potential roadmap for resolution.

Elizabeth C. Economy is?C.V. Starr Senior Fellow and Director for Asia Studies at the Council on Foreign Relations. She is an expert on Chinese domestic and foreign policy and U.S.-China relations and author of the award-winning book,?The River Runs Black: The Environmental Challenge to China’s Future.?This post appears courtesy of?CFR.org?and?Forbes?Asia.